อาการปวดมดลูก หลังคลอดเจ้าตัวเล็ก หรือความรู้สึกปวดท้องน้อยหลังคลอด 1 เดือนไปแล้ว ปวดแบบหน่วง ๆ ก็อาจสร้างความกังวลใจให้กับคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ ท่านได้อยู่ไม่น้อยเลยค่ะ เพราะร่างกายของคุณแม่เอง ก็กำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูตัวเองครั้งใหญ่ เพื่อปรับให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้น อาจมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ โดยในบทความนี้ จะชวนคุณแม่ทุกท่านมาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันว่า อาการปวดที่เกิดขึ้นนั้น มาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง แบบไหนที่เรียกว่าปกติ และเราจะมีวิธีการดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการได้อย่างไรบ้าง
ลักษณะอาการปวดมดลูกหลังคลอด ปวดท้องน้อย เกิดจากอะไร
อาการปวดมดลูก หลังคลอด ปวดท้องน้อย ที่คุณแม่กำลังมีความรู้สึกเป็นกังวลอยู่นี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นกระบวนการปกติของร่างกายที่พยายามปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติ (หรือที่เรียกว่า “มดลูกเข้าอู่“) โดยกระบวนการนี้เรียกว่า “Afterpains” ที่เกิดจากกล้ามเนื้อมดลูกกำลังพยายามบีบรัดตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อกลับคืนสู่ขนาดและตำแหน่งเดิมเหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งการบีบตัวเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการช่วยขับน้ำคาวปลาออกมา และยังช่วยห้ามเลือดไปในตัวด้วยค่ะ
ฉะนั้นแล้ว คุณแม่อาจจะสังเกตอาการของตัวเองก็ได้ว่า อาการปวดท้องน้อยจะรู้สึกชัดเป็นพิเศษใน 2 ช่วงเวลา โดยช่วงแรกจะเป็นขณะที่กำลังให้นมบุตร นั่นเป็นเพราะการดูดของลูกจะช่วยทำการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการหลั่งของฮอร์โมนที่ไปสั่งให้มดลูกเกิดการบีบตัวแรงขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ และอีกกรณีที่คุณแม่เคยคลอดบุตรมาแล้ว กล้ามเนื้อมดลูกจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าครรภ์แรก จึงทำให้ต้องใช้แรงในการบีบตัวที่แรงขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้กลับเข้าที่ อาการปวดจึงมีความชัดเจนมากกว่าตอนคลอดครรภ์แรกค่ะ
ระดับยอดมดลูกหลังคลอดควรเป็นอย่างไร
อีกหนึ่งวิธีที่คุณแม่สามารถทำการติดตามการฟื้นตัวของร่างกายตัวเองได้ก็คือ การสังเกต ระดับยอดมดลูกหลังคลอด หรือส่วนที่อยู่สูงที่สุดของมดลูกที่สามารถทำการคลำเจอได้จากหน้าท้องนั่นเอง ซึ่งจะมีวิธีการสังเกตง่าย ๆ โดยในวันแรกหลังคลอด ยอดมดลูกจะอยู่สูงประมาณระดับสะดือพอดี หลังจากนั้นมดลูกจะค่อย ๆ ลดระดับลงวันละประมาณ 1 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 นิ้วมือของเราได้ และเมื่อผ่านไปได้ประมาณสัก 1 สัปดาห์แล้ว คุณแม่จะคลำเจอยอดมดลูกอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างสะดือกับหัวหน่าว หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 โดยส่วนใหญ่แล้วมดลูกก็จะเกิดการหดตัวกลับเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกรานจนเราไม่สามารถทำการคลำเจอจากทางหน้าท้องได้อีกต่อไป นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก ๆ ที่บ่งบอกได้ว่าร่างกายของเรากำลังทำการฟื้นตัวไปในทิศทางที่ถูกต้องนะคะ
อาการปวดมดลูกหลังการคลอด ปวดท้องน้อย อันตรายไหม กี่เดือนถึงจะหาย
นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านต่างกังวลใจกันค่ะว่า อาการปวดมดลูก หลังคลอด ปวดท้องน้อย แบบนี้จะเป็นอันตรายไหม คำตอบที่น่าจะทำให้คุณแม่เกิดความสบายใจขึ้นได้ก็คือ โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นอันตราย แต่กลับกันมันเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่ามดลูกกำลังทำงานอย่างแข็งขัน เพื่อทำการฟื้นฟูตัวเอง ส่วนคำถามที่ว่าจะเกิดอาการปวดไปอีกนานแค่ไหนนั้น โดยปกติแล้วอาการปวดจะชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด และจะเริ่มค่อย ๆ เกิดการบรรเทาลงเรื่อย ๆ จนดีขึ้นมากภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าหากคุณแม่ยังรู้สึกเกิดอาการปวดต่อเนื่องนานเกิน 1 เดือน หรือรู้สึกว่าอาการปวดกลับมารุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม กรณีเช่นนี้ควรรีบเข้าปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการตรวยเช็กให้แน่ใจจะเป็นการดีที่สุดค่ะ
อาการปวดแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติ
แม้ว่าอาการปวดมดลูกโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่คุณแม่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด เพื่อให้เราสามารถทำการแยกได้ว่าอาการปวดแบบไหนที่จะเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดความผิดปกติขึ้น ให้คุณแม่ลองสังเกตดูว่า อาการปวดนั้นมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ทุเลาลงหรือไม่ และถ้าหากมีอาการปวดที่รุนแรงจนเกิดการทนไม่ไหว หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมดวย เช่น การมีไข้สูง หนาวสั่น อาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดการติดเชื้อ หรือถ้าสังเกตเห็นว่ามีน้ำคาวปลาที่มีกลิ่นเหม็นปิดปกติ หรือกลับมาเป็นสีแดงสดอีกครั้งหลังจากที่สีเริ่มจางลงไปแล้ว รวมถึงเวลาที่ลองกดบริเวณหน้าท้องแล้วรู้สึกเจ็บรุนแรงเป็นพิเศษเฉพาะจุด หากมีอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียว ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ แนะนำว่าควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจวินัจฉัยทันทีค่ะ
หลังคลอด ปวดท้องน้อย บรรเทาได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
หากรู้แล้วว่าอาการปวดส่วนใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ ทีนี้เรามาดูกันว่าวิธีที่จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกเกิดความสบายตัวขึ้นกันบ้างดีกว่าค่ะ โดยจะมีหลายวิธีที่คุณแม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ เลย เช่น การเลือกใช้กระเป๋าน้ำอุ่นหรือแผ่นประคบอุ่นวางลงบนบริเวณท้องน้อย ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่กำลังบีบตัวเกิดความรู้สึกผ่อนคลายลงได้มากค่ะ หรือการนวดคลึงเป็นวงกลมเบา ๆ ในบริเวณท้องน้อยก็จะช่วยได้เช่นกัน และยังมีอีกเทคนิคง่าย ๆ อย่างการพยายามปัสสาวะบ่อย ๆ อย่ากลั่นไว้เป็นเวลานาน ๆ เพราะกระเพาะปัสสาวะที่เต็มจะไปทำการดันมดลูก ทำให้เกิดความรู้สึกปวดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ค่ะ
อีกหนึ่งวิธี
นอกเหนือจากวิธีเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่นักกายภาพบำบัดมักจะแนะนำ เพื่อเป็นการช่วยดูแลร่างกายของคุณแม่ในภาพรวมก็คือ การเลือกใช้ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด ซึ่งอาจไม่ได้เป็นการรักษาอาการปวดที่เกิดขึ้นโดยตรง แต่ตัวผ้าจะทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้ช่วยคอยพยุงกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ยังมีความอ่อนแรงอยู่ ช่วยลดการสั่นสะเทือนเวลาที่คุณแม่ทำการเคลื่อนไหว ลุก นั่ง หรือเดิน จึงทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลงและเกิดความสบายตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งผลให้คุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยและตัวเองได้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิมค่ะ
สนใจดูข้อมูลสินค้า 👉 ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด ที่นี่
อย่างไรก็ตาม ก่อนจบบทความนี้: อาการปวดมดลูกหลังคลอด ปวดท้องน้อย อันตรายไหม เกิดจากอะไร สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำที่สุดก็คือ คำแนะนำเหล่านี้สำหรับใช้กับอาการปวดตามปกติเท่านั้นนะคะ หากคุณแม่ลองทำตามวิธีต่าง ๆ ที่แนะนำข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น มีอาการปวดที่รุนแรงต่อเนื่อง หรือมีสัญญาณผิดปกติอื่น ๆ ที่เราคุยกันไปก่อนหน้านี้ แนะนำว่าควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่เองค่ะ
เครดิต: wellnessbeau.com
